Showing posts with label 2012. Show all posts
Showing posts with label 2012. Show all posts

Monday, 6 February 2012

ipod shuffle เครื่องเล่นเพลงพิลึกโลก


ทำไมขึ้นหัวข้อแบบนี้ล่ะ ก็เพราะมันแปลกน่ะสิครับที่เครื่องเล่นเพลงส่วนใหญ่จะมีหน้าจอมาให้ แต่กับ ipod shuffle นั้นกลับไม่มีหน้าจอ แล้วจะเลือกเพลงยังไง ในปัจจุบันคงชินหูชินตากันไปแล้ว แต่Apple นั้นชอบทำอะไรที่แปลกใหม่เสมอ

ลองนึกถึงเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ที่ ipod shuffle เปิดตัว รุ่น1 สิครับ เงิบกันทั้งโลก เครื่องเล่นอะไรไม่มีหน้าจอ เพราะเมื่อก่อนเครื่องเล่น mp3 จะออกมาอาละวาดนั้น

เป็นยุคของเครื่องเล่น CD และ MD ซึ่งก็มีหน้าจอแสดง Track เพลงที่เล่นให้ดูอยู่แล้ว และพอเครื่องเล่น mp3 ออกมาก็เป็นสิ่งพื้นฐานเลยที่ทุกเครื่องจะมีหน้าจอเล็กๆ บอกชื่อเพลง รวมถึงApple เองออก ipod มาทั้ง ipod classic และ ipod mini ipod nano ก็มีหน้าจอทั้งนั้น

แต่แล้ว Apple ก็เห็นช่องทางเครื่องเล่นที่มใขนาดเล็กพกพาสะดวก เล่นง่ายๆ ไม่ต้องมีฟังก์ชั่นอะไรมากมาย จนเป็นที่มาของ ipod shuffle นั่นเอง

ซึ่งตอนออกมานี่ คนก็เงิบกันทั้งโลก และวิจารณ์กันไปว่าใครจะไปซื้อมาฟังมันไม่มีหน้าจอ แล้วจะเลือกเพลงยังไง ซึ่งทาง Apple เองก็ให้เหตผลว่า มันเป็นเครื่องเล่นเพลงที่เหมาะเล่นเพลงตามชื่อของมันนั่น คือ สุ่มเพลงมาให้คุณฟัง

คุณเองจะได้ลุ้นทุกเพลงว่าจะมีเพลงไหนมาให้ฟังเป็นเพลงต่อไป ดังนั้นจึงไม่ต้องมีหน้าจอ หลังจากนั้นแนวคิดนี้ก็มีเครื่องเล่นเพลงบริษัทอื่นๆ นำไปทำมาขาย ไม่ว่าจะเป็น Sony Creative iriver samsung เองก็ตามต่างก็ออกรุ่นไร้หน้าจอมากันทั้งนั้น

และ ipod shuffle ก็อยู่ยงมาจนถึง รุ่นที่4 ในปัจจุบัน เรามาดูหน้าตา ipod shuffle ในแต่ละรุ่นกันครับ

ipod shuffle gen1
ipod shuffle gen1 รุ่นทำเอาคนเงิบกันทั้งโลก ตอนนี้เป็นของหายากไปแล้ว ด้วยเสียงที่ดีมากกว่ารุ่นซัฟเฟิลรุ่นใหม่ รุ่น1 พกพาสะดวกหน้าตาสีขาว คลาสสิกมาก มี2 ขนาด คือ 512MB และ 1GB มีปัญหาคือไม่มีที่เหน็บและฝาจะหลุดหายได้ง่าย



ipod shuffle gen2

ipod shuffle gen2 เริ่มมีหลายสีให้เลือก รุ่นนี้มีคลิปหนีบทำให้สะดวกในการพกพาไปวิ่งออกกำลังกายมาก แถมมี Dock เสียบชาร์จตั้งได้มาให้ด้วยอย่างเท่ห์เลย



ipod shuffle gen3

ipod shuffle gen3 เงิบกันทั้งโลกอีกรอบ เมื่อซัฟเฟิลคราวนี้ไม่มีแม้กระทั่งปุ่มกดสั่งงานใดใดี่ตัวเครื่อง แต่ไปอยู่ที่สายแทน

คนเขาก็ถามกันว่า แล้วจะเปลี่ยนไปใช้หูฟังตัวอื่นล่ะจะทำยังไง เปลี่ยนเพลงก็ไม่ได้ Apple ก็บอกว่า เดี๋ยวมีทำมาขายแหละ ไม่ต้องตกใจ ไม่ต้องเงิบ ถ้า Apple ขาย ipodแต่ไม่แถมหูฟังค่อยเงิบกันดีกว่านะ



ipod shuffle gen4

ipod shuffle gen4 ตัวนี้เป็นรุ่นล่าสุด ตัวเล็กสี่เหลี่ยมแต่มีปุ่มให้กดแล้ว ค่อนสะดวกขึ้นมาหน่อย คราวนี้คนไม่เงิบ แต่ชอบๆ แถมApple ยังสอนให้ Shuffle พูดชื่อเพลงได้หลายภาษาด้วย ซึ่งไทยก็อยู่ในนั้น เพราะมันไม่มีจอ Apple ก็เลยให้ผู้ใช้กดฟังชื่อเพลงและ ศิลปินได้ นับว่าไอเดียสร้างสรรค์มาก



สุดท้ายด้วยความสะดวกสบายในการฟังเพลงแบบไร้ขีดจำกัดด้วยตระกูล ipod ทำให้คนทั้งโลกคลั่งไคล้ และ ipod shuffle ที่ตอนแรกออกมาเงิบทั้งโลกนั้น กลายเป็นสิ่งที่ทุกคนเห็นดีด้วยเพราะมันสะดวกจริงๆ

หยิบขึ้นมาฟังเพลงได้เลยไม่ต้องดูหน้าจอ มีเครื่องเล่นตัวไหนทำได้มั่ง ชนิดกดปุ่มจากล้วงเข้าไปกดในกระเป๋ากางเกงได้เลย ทำให้คนหลายเงิบและเป็นตัวเลือกหนึ่งของคนฟังเพลงเรื่อยมาจน ipod shuffle ขายมาจนถึงปัจจุบัน 

ถ้าท่านผู้อ่านเป็นคนฟังเพลงแบบไม่ต้องคิดละก้ ipod shuffle เหมาะกับท่านแน่นอน

ขอบคุณการรีวิวจากท่าน mukata ของไทยอีโวณ.ที่นี้ด้วย

Saturday, 21 January 2012

Hotspot Shield เพิ่มการป้องกันมัลแวร์เข้าไปเพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น


เคยคิดที่จะนำเสนอเรื่องความปลอดภัยในโลกอินเตอร์เน็ตนานแล้ว แต่ด้วยภาระหน้าที่หลายอย่าง รวมถึงการดูแลเว็บในส่วนต่างๆ ทำให้ไม่ค่อยได้มาเขียนโพสแบบริวิวเลย


ยังไงยาวก็ทนอ่านกันหน่อย มันไม่เสียเวลาเท่าไหร่หรอกเมื่อเทียบกับเราเอาเวลาไปนั่งเล่น Facebook ,Twitter

 หลังๆมาก็มีเทคโนโลยีสมาร์ทโฟน แท็บเล็ตเข้ามาอินซะมากกว่าตอนนี้ วันนี้วันดีเลยอยากนำเสนอเรื่องที่น่าสนใจและสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน

ความจริงเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องเก่าที่มีการอัพเดทเพิ่มเติมเข้ามา ที่บอกว่าเรื่องนี้มีการอัพเดท ก็ทางผู้ผลิตซอฟท์แวร์ Hotspot Shield คือบริษัท AnchorFree เค้ามีการอัพเดทให้โปรแกรมตัวนี้มันทำงานครอบคลุมมากขึ้น ปลอดภัยมากขึ้น 

โดยเพิ่มการป้องกันจากพวกมัลแวร์ โดย David Gorodyansky ซีอีโอของ AnchorFree ได้พูดเกี่ยวกับคุณลักษณะใหม่ในการให้สัมภาษณ์ โดยเขากล่าวว่า

 "มัลแวร์เป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดบนเว็บเลยทีเดียว และก็ดูท่าจะเพิ่มขึ้นทุกวัน" 
"การผสานการเข้ารหัสที่มีประสิทธิภาพของเราและเทคโนโลยีที่มีการป้องกันมัลแวร์ ถือว่าเป็นการรักษาความปลอดภัยและเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ครอบคลุมมากที่สุด"


 "ที่สำคัญ ไม่มีค่าใช้จ่ายกับผู้บริโภค"



- ที่มาของข่าวการอัพเดทผลิตภัณฑ์ - http://goo.gl/dKKVK 


ไม่พูดไม่แชร์ไม่ได้เพราะเรื่องนี้หลายคนอาจไม่รู้ มันจะช่วยป้องกันการใช้งานอินเตอร์เน็ตของพวกเรา ทำให้เรามีเกราะป้องกัน โดยฟีเจอร์หลักๆของ "Hotspot Shield" พอสรุปได้ดังนี้ 

มีการเข้ารหัส HTTPS encryption

มันเป็นการเข้ารหัสข้อมูลด้วยกุญแจสาธารณะ (public key) ที่แข็งแรงโฮ่กก ซึ่งไม่สามารถปลดล็อคได้โดยเหล่าบรรดาอาชญากรคอมพิวเตอร์

 ดังนั้น https จะช่วยปกป้องข้อมูลสำคัญที่ส่งออกจากคอมพิวเตอร์ของเราผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต โดยเทคโนโลยีนี้มันได้การรับรองจากบริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้านระบบรักษาความปลอดภัยอย่าง VeriSign Inc

ดังนั้นไอคอนกุญแจที่ถูกล็อกจึงเป็นสัญลักษณ์ที่เชื่อถือได้ว่าการส่งข้อมูลออกไปปลอดภัย (คุณลองสังเกตุมุมล่างขวาของบราวเซอร์ของคุณได้)






นำ IP address ของเราไปแอบไว้ขณะเล่นอินเตอร์เน็ตเพื่อความเป็นส่วนตัว ไม่มีใครรู้

เวลาเราไปใช้พวก WiFi Hotspots ที่สาธารณะทั้งหลายแหล่ เช่น โรงแรม, สนามบิน, สำนักงาน มันจะป้องกันตัวเราจากไอ้พวกขโมยข้อมูล ขณะที่เราใช้บริการอยู่


 Hotspot Shield มองภาพรวมแล้วเป็นยังไง?? 



มันก็ไม่มีอะไรที่จะสาธยายให้มากความ เพียงแค่ให้เรารับรู้ไว้ว่า "เพิ่มความปลอดภัยการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต" ผมยกตัวอย่างง่ายๆว่ามันดีและปลอดภัยแบบไหน

ถ้าคุณจะรับส่งข้อมูลสำคัญ ผ่านเว็บไซต์ เช่น สั่งซื้อของออนไลน์ ,รหัสผ่าน, ข้อมูลบัตร credit card ที่มันเป็นข้อมูลที่คุณไม่อยากให้ใครรู้ คุณจะมั่นใจได้ไงว่า ข้อมูลเราจะไม่ถูกขโมย

นี่แหล่ะที่อยากจะชี้ให้เห็นว่าเมื่อคุณใช้มันคุณจะมั่นใจมากขึ้นเวลาใช้งานอินเตอร์เน็ต โดยมันก็ใช้เรื่องการรักษาความปลอดภัยผ่านระบบ HTTPS นั่นเอง

นี่ก็เป็นตัวอย่างที่ยกมาให้เป็นตัวอย่าง เอาเป็นว่ามันทำให้เรารู้สึกคลายความระแวงไปได้ 

ผมเชื่อว่าบางคนอาจถามกลับว่า "ลงแอนตี้ไวรัส ไว้แล้วที่เรื่อง ช่วยอะไรไม่ได้หรอ??"

ผมก็ขอตอบตรงๆเลยว่า "โปรแกรมป้องกันไวรัสทั่วไปจะป้องกันเราจากไวรัสคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่ไม่รวมข้อมูลข่าวสารส่วนตัวของเราระหว่างการใช้งานอินเตอร์เน็ต"  ชัดเจนน่ะครับ 

ภาพรวมของการทำงานของมันก็คือ มันจะสร้างระบบ virtual private network (หรือเรียกย่อๆว่า VPN) คือไม่ว่าจะวิ่งบนเครือข่ายไอพีใดก็ได้ แต่ยังสามารถ คงความเป็นเครือข่ายเฉพาะ ของเราได้ด้วยการเข้ารหัสแพ็กเก็ตก่อนส่ง เพื่อให้ข้อมูล มีความปลอดภัยมากขึ้น

อ่านมานานแล้วอยากรูว่า "ตกลงโปรแกรมตัวนี้ฟรีหรือมั๊ย"

ตอบได้อย่างมั่นใจเลยว่า "ฟรีแน่นอน" เพราะมันเป็นโปรแกรมประเภทฟรีแวร์ ที่ผู้สนใจสามารถ download ไปติดตั้งและใช้งานได้ฟรี ไม่มีเงื่อนไข และไม่ต้องลงทะเบียนนู่นนี่นั่น

ผมว่าเดี๋ยวนี้คนเราท่องเน็ต ใช้เน็ตกันมากขึ้น และแน่นอนมันแปรผันตามกัน พวกโจรบนโลกไซเบอร์ก็มากขึ้นด้วย ฉนั้นไม่ควรพลาดโปรแกรมนี้อย่างเด็ดขาด

ถึงท่านจะใช้โปรแกรมนี้อยู่แล้ว ก็อย่าลืมแนะนำเพื่อนๆ หรือคนรู้จักให้หันมาใช้กันด้วยล่ะ

เข้าไปดาวโหลดที่ http://hotspotshield.com/

Monday, 16 January 2012

"คันหู" เบื่อแล้ว! เดี๋ยวนี้ต้องเจอ Grass Flip Flops ใส่แล้วอาจคัน...


หลายๆคนคงจะร้องว่าทำไมอากาศหนาวมันจากเราไปเร็วจัง หนาวๆอยู่ 2 วันกลับมาร้อน และก็หนาวๆได้วันนึงก็กลับมาเข้าสู่สภาวะปกติ(กรุงเทพฯและปริมณฑล)

นี่เองคงเป็นเหตุบอกสภาพของโลกเราตอนนี้ได้เหมือนกันว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันย่ำแย่อย่างที่สุดแล้ว จะให้กลับมาดีเหมือนเดิมคงไม่มีทาง มีแต่จะแค่บรรเทาก็พอได้ พอและเดี๋ยวยาวไปเรื่องโลกร้อนอีก

เปลี่ยนมุมกลับมาเรื่องที่น่าสนใจนี้ดีกว่า ในขณะที่อากาศก็เริ่มร้อนขึ้น ถ้าจะเดินเที่ยวไหนหล่ะก็ หลายๆคนคงต้องเลือกรองเท้าที่ใส่แล้วเบาสบายระบายอากาศได้เยี่ยมกันสักหน่อย ก็คงหนีไม่พ้นรองเท้าแตะที่ดูจะสบายและชิลสุดล่ะ


และเรื่องราววันนี้ก็มีแบบรองเท้าแตะที่ดูเท่ไม่เบา โดยตัวที่ไปเห็นมานี้เป็นทางบริษัท "KUSA" เค้าได้ตัดสินใจที่จะทำ "Grass Flip Flops" เป็นรองเท้าแตะโดยพื้นรองเท้าปูด้วยหญ้า



โดยก่อนหน้านี้ทาง Krispy Kreme เค้าก็ทำ ‘รองเท้าหญ้า’ โดยเป็นชิ้นแรกของโลกตั้งแต่ปี 2008 สำหรับคนรักการเดินบนพื้นหญ้าที่นอกจากจะแหวกแนวแล้วยังทำให้รู้สึกผ่อนคลายอีก

Krispy Kreme 2008 

นับว่าไอเดียคนออกแบบนี่ดีมากๆเลย เราเดินไป "สวนหญ้าตลอดเวลาไม่ได้" แต่เรานำสวนหญ้ามาใส่ที่เราเดินตลอดเวลาได้ 

หลายๆคนคงอยากถามว่านี่มันหญ้าเทียมหรือป่าว??  ขอตอบว่าหญ้าจริงครับ หากดูแลดีๆรดน้ำและเล็มยอดออกบ้างก็จะใช้เดือนได้หลายเดือนเลย 

นี่มันสื่อถึงว่าอีกหน่อยเราจะไม่มีพื้นที่ที่เป็นหญ้าให้เดินเล่นรึเปล่านะ? แล้วคุณคิดอย่างไร? คุณจะสวมรองเท้าเหล่านี้หรือไม่??

หรือถ้ามองไม่แง่ลบว่าไม่อยากใส่รองเท้าแตะแบบนี้เพราะอาจจะอาการ "คันตีน" บ่อยๆได้


แหล่งอ้างอิง Design Milk

ปล.ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัททำรองเท้านี้น่ะครับ แค่นำเสนอไอเดียเจ๋งๆเพียวเท่านั้น

Saturday, 14 January 2012

สรุปสถิติและแนวโน้มของเว็บบราวเซอร์ปี 2011


เรื่องเกี่ยวกับสถิติอีกเรื่องที่ไม่เขียนไม่ได้เลย เพราะมันเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมว๊ากกกก็เมื่อทุกคนเวลาเปิดคอมเข้ามาเล่นเน็ตคุณก็ต้องเปิดเว็บบราวเซอร์

บางคนก็ยังไม่รู้เลยว่าเว็บบราวเซอร์มันคืออะไร แต่พอบอก "ตัวเปิดเข้าเน็ตอ่ะ" เพิ่งจะถึงบางอ้อกัน ในปี 2011 หรือปี พ.ศ 2554 ที่ผ่านจากการรวบรวมข้อมูลของเว็บไซต์ w3schools.com

ทำให้เราได้รู้ว่าความนิยมของผู้ใช้ในการเลือกใช้งาน "เว็บบราวเซอร์" นั้นใช้ของค่ายใด 

เรามาดูแนวโน้มของปีที่แล้ว(2011)กันก่อนจากตารางด้านล่าง


ตารางดังกล่าวเราเห็นอะไร 


 - แนวโน้มโมเมนตั้มกำลังไปที่ Chrome บราวเซอร์ของ Google ที่มีสถิติบ่งบอกชัดเลยว่ามาแรงขึ้นๆ คงปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่าของเค้าดี และแรงจริงอะไรจริง



 - ในขณะที่เว็บบราวเซอร์ที่(เคย)รุ่งสมัยโบราณอย่าง Internet Explorer หรือ IE ก็นับว่าดิ่งลงๆ



 -  และหมาไฟ Mozilla Firefox ก็ขึ้นๆลงๆ แต่ยังถือว่าดีอยู่ถ้ามองตามตัวเลขก็ถือว่าได้เปอร์เซนต์ที่สูงกว่าทุกค่าย แต่แนวโน้มลดลงมา



 - ส่วน Safari หลังๆมาก็เริ่มมีแนวโน้มขเยิบขึ้นมาหน่อย ก็คงเป็นเพราะคนหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ของแอปเปิลมากขึ้นล่ะมั้ง


ย้อนกลับไปดูปี 2010 กันหน่อยเพื่อเปรียบเทียบกับปี 2011



สิ่งที่เห็นก็คือ ในปี 2010 นั้นแนวโน้มของแต่ละเว็บบราวเซอร์ก็มีท่าทีคล้ายๆ ปี 2011 ที่ได้กล่าวมาข้างต้นเลย 

สำหรับปี 2012 นี้จะมีสถิติหรือแนวโน้มเป็นยังไงก็คงต้องรอการเก็บข้อมูลก่อน และทางผมจะสำรวจแล้วมาสรุปให้ได้รับทราบกันอีกที

แต่ดูแล้วคงจะเป็น Firefox กับ Chrome ที่สู้กันสนุก(เคย)สูสี แต่ณ. ตอนนี้เหมือน Chrome เริ่มทิ้งออกไปแล้ว นักท่องเว็บก็เริ่มใช้มันมากขึ้นๆ เอ้าสู้เค้าหมาไฟ!


Thursday, 12 January 2012

โคตรเทพ! ภาพวาดปลาทอง 3 มิติ



ช่วงนี้ไม่ค่อยมีงานแปลข่าวบนไทยอีโวเท่าไหร่ เลยแว็บๆมาเขียนบล็อกบ่อยๆ ซักหน่อย เรื่องราวที่จะนำเสนอนี้เป็นสิ่งที่เรียกว่า "Creative Thinking" ใช่แล้ว มันคือความคิดสร้างสรรค์ นั่นเอง

ที่ใดมีคนที่คิดสร้างสรรค์ ที่นั่นก็มีสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ ตัวผมเองได้มีโอกาศท่องโลกอินเตอร์เน็ตบ่อย ก็ได้ไปเจอสิ่งที่อยากจะบอกเลยว่า แม่มสุโค้ยยยจริงๆ

และเรื่องนี้จะดีมากๆถ้าคุณเป็นคนที่กำลังมองหาของขวัญน่ารักๆ ซักชิ้น วันนี้ครับคุณจะได้เห็นและได้ทึ่งกับ "ปลาทองเรซิ่น" นี้

ค้นหาต้นตอที่มาของคนที่ทำมันขึ้นมา และได้พบว่าเค้าคือจิตรกรชาวญี่ปุ่นที่ชื่อว่าคุณ Riusuke Fukahori เป็นจิตรกรที่มีฝีมือการวาดภาพที่น่าทึ่งบวกกับความคิดสร้างสรรค์ ทำให้เขาสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้เหมือนอย่างน่าอัศจรรย์

ดูรูปตัวอย่างนี้น่ะครับ ด้านล่าง คุณมองแว็บแรกแล้วคุณคิดว่ามันเหมือนปลาจริงป่ะ




ปฏิเสธไม่ได้หรอกครับว่ามันไม่เหมือนปลาทองที่มีชีวิตจริง เรามีความรู้สึกได้ว่ามันกำลังหายใจเฮือกสุดท้ายก่อนที่จะจมอยู่ในเรซิ่น จริงๆ



นี่แหล่ะครับที่คุณได้เห็นเป็นฝีมือการวาดภาพของเขาล้วน ด้วยฝีมือการวาดและลงสีที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยการขยับปลายพู่กันให้ภาพออกมาดูมีมิติและสีสันที่เหมือนจริงถูกนำมารวมกับการใช้เรซิ่นใสที่ยิ่งเพิ่มมิติให้ภาพเขียนของเขาเป็น สามมิติและดูเหมือนมีชีวิตจริงๆ



แรงบันดาลใจในการคิดทำผลงานชิ้นนี้ขึ้นมาคุณ Riusuke Fukahori บอกว่า "ผมเลี้ยงปลาทองมานานกว่า 7 ปี และนี่เองที่เป็นแรงบรรดาลใจในการเขียนภาพของผม" จึงกลายเป็นที่มาของ theme งานศิลปะของเขามาตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา




ส่วนผลงานของนาย Riusuke Fukahori ตอนนี้จัดแสดงอยู่ที่ ICN Gallery ในเมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ มีชื่องานว่า "Goldfish Salvation"

นี่ถ้าคุณดู Video ประกอบไปด้วยคุณจะ ชาบูๆมากๆ



ถือว่าสุดแห่งความคิดสร้างสรรค์จริงๆ และผมเองผมเชื่อมั่นว่าคนไทยเราก็มีความคิดสร้างสรรค์ดีๆ อีกหลายๆอย่าง และโพสนี้เผื่อว่าจะมีใครได้ไอเดียไปทำอะไรดีๆได้ต่อไปได้ บ๊ายยย บาย

ขอบคุณ lomography.com

Wednesday, 11 January 2012

รวมการค้นหาทั้งโลกของคุณไว้ด้วยกัน


หลังๆมาถ้าใครใช้อีเมล์ของกูเกิลหรือกูเกิลพลัสหรืออะไรก็แล้วแต่ที่เป็นของกูเกิล ก็จะรับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปอย่างต่อเนื่องมากๆ โดยเฉพาะถ้าใครเล่นกูเกิลพลัสด้วยแล้ว ทางกูเกิลเค้าเอาใจใส่บริการนี้เป็นพิเศษครับ

โดยกูเกิลจับมัดรวบรวมผลการค้นหาใน Google Search ให้อิงกับแวดวงของเราใน Google+ ด้วย เรียกได้ว่าครอบจักรวาลจริงๆ ลองสังเกตุการเปลี่ยนแปลงตามที่ตัวอย่างดังต่อไปนี้


Personal Result


ตรงนี้เมื่อเราค้นหา สิ่งที่ได้จากการค้นของเรามันจะออกมาในส่วนที่มีเรื่องราวของเราปนมาอยู่ด้วย ไม่ว่าจะมาจากสิ่งที่เราโพสต์, คนอื่นโพสต์และแท็กเราอยู่ในนั้น หรือมีโพสต์ที่คนๆ นั้นแชร์ให้เราเห็นเป็นพิเศษ

ในตัวอย่างโชว์ว่าถ้าผม search คำว่า "Amazon สร้างซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ ที่เร็วที่สุดในโลก" คนอื่นอาจจะเจอผลการค้นหาอื่นๆที่เกี่ยวกันหับหัวข้อ แต่สำหรับผม Personal Result จะเป็นโพสต์หรือรูปใน Google+ ที่เป็นที่เราโพสไปเป็นต้น

ตัวอย่าง Video


Profiles in Search


ถ้าเรา Search ไปตรงกับชื่อใครสักคน ระบบ autocomplete (จะมีขึ้นมาให้เสร็จเลย) ก็จะแสดงว่านี่คือผลการค้นหาที่คลิกปุ๊บจะแสดงประวัติคร่าวๆ ของคนๆ นี้ ที่ดึงมาจาก Google+ พร้อมมีปุ่ม Add to Circle ให้เลยครับ

ตัวอย่าง Video


People and Pages

ถ้าเราค้นหาคำประมาณว่า “Music” หรือ “Football” หรืออะไรก็แล้วแต่ นอกจากเราจะเจอผลการค้นหาเว็บแล้ว Google ก็จะดึง Profile ของคนและ Google+ Pages ที่น่าสนใจมาแนะนำให้เราติดตามอีกด้วย เป็นต้น

ตัวอย่าง Video




ยิ่งนับวันกูเกิลก็ยิ่งทำเรื่องทั้งจักรวาลให้อยู่กับเราอย่างง่ายดาย ครั้งนี้ก็ถือเป็นการมัดรวมได้เหมาะเจาะเลยทีเดียว แต่ถ้าใครยังไม่สามารถทำลักษณะที่โพสมาตอนนี้ได้(11/1/2012 เวลา 10 AM) ก็ไม่ต้องแปลกใจครับ อดใจรอกันอีก 2-3 วัน ก็จะได้ลองค้นหากูเกิลดั่งตัวอย่างที่กล่าวมาแล้วข้างต้น

ปล.ตอนนี้รองรับ Google Search ที่เป็น Google.com เท่านั้น Google.co.th ยังไม่มีฟีเจอร์นี้ครับ

และสุดท้ายจริงๆขอบคุณข้อมูลจากบล็อกของกูเกิลด้วยครับ